เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน,Sir Alexander “Alex” Chapman Ferguson
เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คือผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลสหราช อาณาจักร โดยคว้าแชมป์มาครองได้เกือบ 40 รายการ รวมถึงพรีเมียร์ ลีก 13 สมัยด้วย ตลอดช่วงการคุมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของเขา
เกียรติประวัติผู้จัดการทีม
เซนต์มิร์เริน
สก็อตติช เฟิร์ส ดิวิชั่น (1): 1976–77
อาเบอร์ดีน
สก็อตติช พรีเมียร์ ดิวิชั่น (3): 1979–80, 1983–84, 1984–85
สก็อตติช คัพ (4): 1981–82, 1982–83, 1983–84, 1985–86
สก็อตติช ลีก คัพ (1): 1985–86
ยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพ (1): 1982–83
ยูฟ่าซูเปอร์คัพ (1): 1983
แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
พรีเมียร์ลีก (13): 1992–93, 1993–94, 1995–96, 1996–97, 1998–99, 1999–2000, 2000–01, 2002–03, 2006–07, 2007–08, 2008–09, 2010–11, 2012–13
เอฟเอคัพ (5): 1989–90, 1993–94, 1995–96, 1998–99, 2003–04
ลีกคัพ (4): 1991–92, 2005–06, 2008–09, 2009–10
เอฟเอคอมมูนิตีชีลด์ (10): 1990, 1993, 1994, 1996, 1997, 2003, 2007, 2008, 2010, 2011
ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก (2): 1998–99, 2007–08
ยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพ (1): 1990–91
ยูฟ่าซูเปอร์คัพ (1): 1991
ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรยุโรปและอเมริกาใต้ (1): 1999
ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก (1): 2008
รอน แอตกินสัน,Ronald Frederick Atkinson
เดวิด มอยส์,David William Moyes
ในซีซั่น 2013-2014 กราฟชีวิตของมอยส์ พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจาก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ประกาศวางมือจากการเป็นผู้จัดการทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ส่งผลให้บอร์ดบริหาร "ปิศาจแดง" เห็นด้วยกับคำแนะนำของ เซอร์ อเล็กซ์ ด้วยการแต่งตั้ง เดวิด มอยส์ เข้ามาทำหน้าที่แทน มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฏาคม พร้อมกับสัญญาระยะเวลา 6 ปี
มอยส์ถูกปลดออกจากตำแหน่งเมื่อวัน อังคารที่ 22 เมษายน 2014 หลังจากทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ในฤดูกาลนี้
หลุยส์ ฟาน กัล,อลอยซิอุส เพาลุส มาเรีย ฟาน กัล
หลุยส์ ฟาน กัล เข้ามาคุมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยฟอร์มอันโด่ดเด่น โดยเขาเริ่มแจ้งเกิดกับการคุมทีมในประเทศเนเธอร์แลนด์ และต่อมาเขาก็ก้าวไปประสบความสำเร็จกับสโมสรที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ในฐานะผู้จัดการทีม เขาสามารถพาทีมคว้าแชมป์ลีกถึง 3 ประเทศที่แตกต่างกัน โดยการพาสโมสอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ในยุคที่มีนักเตะดาวรุ่งอยู่กว่าครึ่งทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีกและแชมป์ยูฟ่า คัพ และกุนซือวัย 62 ปีรายนี้ยังพาทีมชาติฮอลแลนด์ไปลุยศึกฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศบราซิลด้วย ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่เขาพาทัพอัศวินสีส้มไปดวลเกือกในฟุตบอลระดับโลกรายการนี้
จะกลับมากุมบังเหียนที่อาแซด อัลค์มาร์ และพาอาแซดได้แชมป์ลีกสูงสุดของฮอลแลนด์อีกครั้งในปี 2009
ด้วยความสำเร็จเหลือคณานับของฟาน กัล ทำให้บาเยิร์น มิวนิค สโมสรชื่อดังจากศึกบุนเดสลีก้าเลือกเซ็นสัญญากับเขา และเขาก็ไม่ทำให้แฟนๆ"เสือใต้" ผิดหวังด้วยการพาทีมจบอันดับ 1 ของตารางลูกหนัง
เยอรมัน ถือเป็นผู้จัดการทีมชาวฮอลแลนด์คนแรกที่ทำทีมได้แชมป์ในบุนเดสลีก้าในซีซั่นแรกที่เขาคุมทีม สิ่งนี้เองที่แฟนๆ"ผีแดง"หวังว่าเขาจะนำความสำเร็จมาสู่ทัพ "ปีศาจแดง" เช่นเดียวกับที่เขาเคยทำที่
บาเยิร์น มิวนิค
เยอรมัน ถือเป็นผู้จัดการทีมชาวฮอลแลนด์คนแรกที่ทำทีมได้แชมป์ในบุนเดสลีก้าในซีซั่นแรกที่เขาคุมทีม สิ่งนี้เองที่แฟนๆ"ผีแดง"หวังว่าเขาจะนำความสำเร็จมาสู่ทัพ "ปีศาจแดง" เช่นเดียวกับที่เขาเคยทำที่
บาเยิร์น มิวนิค
นัดชิงแชมป์เปี้ยนลีกครั้งที่สองของ ฟาน กัล จบลงหลังพ่ายให้กับ อินเตอร์ มิลาน ในปี 2010 ซึ่งในขณะนั้นมูริญโญ่ อดีตผู้ช่วยของเขาเป็นผู้จัดการทีม ต่อมาเขาลาออกจากทัพ"เสือใต้" โดยมีเป้าหมายใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมคือการนำทัพ"อัศวินสีส้ม"คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2014
และเรื่องก็มาถึงจุดไคลแม็กซ์เมื่อโค้ช "ฮอลแลนด์" ประกาศว่าจะเป็นผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2557 และแต่งตั้ง ไรอัน กิ๊กส์ ตำนานดาวเตะของทัพ "ผีแดง" ให้เป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีม ขณะที่ฟรานส์ ฮุก โค้ชผู้รักษาประตู กับ มาร์แซล เบาท์ สเกาท์ประจำทีม ยังคงในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ต่อไป
ฟาน กัล ให้สัมภาษณ์ในงานแถลงข่าวว่า "ผมฝันมาโดยตลอดว่าจะได้มาทำหน้าที่ผู้จัดการทีมในพรีเมียร์ลีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการได้มาคุมทัพ"ปีศาจแดง"มันทำให้ผมภูมิใจมากๆๆๆ สำหรับผมแมนเชส เตอร์ ยูไนเต็ดถือเป็นสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ผมเคยสัมผัสกับบรรยากาศที่โอลด์แท๊ฟฟอร์ดมาก่อนจึงรู้ว่าสโมรสรแห่งนี้ยิ่งใหญ่แค่ไหน อีกทั้งแฟนๆ"เรด เดวิลส์"ทำให้ผมหลงไหลสโมสรแห่งนี้ แมนฯยู เป็นสโมสรที่มีความทะเยอทะยานสูงมาก และผมก็เป็นผู้จัดการทีมที่มีความทะเยอทะยานสูงมากเช่นเดียวกัน สองสิ่งนี้ ทำให้ผมมั่นใจได้ว่าพวกเราจะกลับมาสร้างประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่อีกครั้ง"




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น